เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ลองเช็คอันดับเว็บไซต์ต่างๆบน Google.com ปรากฏว่า อันดับของเว็บไซต์เหล่านั้นหายไป ย้ำว่าหายไปเลย ก็เลยเกิดการสงสัยว่า โดนอัลกอฯ เพนกวิน หรือ แพนด้า เล่นงานเข้าอีกแล้วหรอ แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเว็บไซต์เหล่านั้น แทบจะไม่ค่อยได้ทำ SEO ซักเท่าไร มีก็แค่ใส่ลิงค์เข้าไปบ้างนิดหน่อย หรือว่ามีการอัพเดทอัลกอริทึมเข้ามาอีกแล้ว ค้นหาข่าวสารอยู่พักหนึ่ง ก็ถึงบางอ้อว่า Google ได้เริ่มเช็คบิลกับเว็บไซต์ที่เป็น Domain Keyword
แล้วทำไม Google ถึงเล่นงานเว็บไซต์เหล่านั้น
เรื่องนี้ยังไม่ปรากฏอย่างแน่ชัด แต่ที่ผมเข้าใจก็คือ เว็บไซต์ที่เป็น Domain Keyword ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพในสายตาของ Google เพราะบรรดาขาปั่นเว็บไซต์ทั่วโลก มักจะนำคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหา มาตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์ ทำกันมากขึ้น ทำกันเยอะขึ้น โดยไม่ค่อยใส่ใจกันซักเท่าไร และถ้ายังจำกันได้ ช่วงที่อัลกอริทึมเพนกวินเข้ามาใหม่ๆ Matt cutts เคยบอกไว้ว่า อยากให้เน้นที่การสร้างแบรนด์ให้กับเว็บไซต์ของตัวเองกันมากกว่า มากกว่าการที่เน้น ทำเว็บไซต์แนวนี้ Domain Keyword กันมากกว่า อย่างเช่น เมื่อพูดถึงโซลเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เว็บไซต์ที่เรานึกถึงก็ไม่พ้น Facebook.com , Twitter.com หรือถ้าพูดถึงเว็บวาไรตี้ของเมืองไทย ผู้คนก็จะนึกถึง Sannok.com , Mthai.com , Kapook.com
Domain Keyword หน้าตาเป็นเช่นไร
Domain Keyword คือการนำคำค้นหาที่มีคนค้นหา มาตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์ เช่น คีย์เวิร์ดคำว่า black friday deals คำนี้เป็นคำที่มีคนค้นหา และรวยแน่ถ้ามันติดอันดับ ก็นำไปตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์ blackfridaydeals.com , blackfridaydeals.net , blackfridaydeals.org หรือดอทอะไรก็ว่ากันไป เพราะ Domain Keyword จะทำ SEO ได้ง่าย คนจึงนิยมนำมาตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์นั้นเอง
วิธีแก้ไขละ ทำอย่างไร
เบื้องต้นที่ผมพบเจอเว็บไซต์ภาษาอังกฤษบน Google.com ของผม 50 โดเมนที่เป็น Domain Keyword หายไปเกือบหมด รอดอยู่เพียง 7 โดเมน ผมก็มาดูว่า 7 โดเมนที่รอดเนี้ย ผมทำอะไรไปบ้าง สิ่งที่ผมได้ทำไว้ก็คือ ไม่ได้ทำแบล็คลิงค์แบบตรงตัว เช่น “black friday deals ” ผมก็จะทำแบบ “the black friday deals ” , “black friday deals 2012 ” หรือ ถ้ามันเป็นโดเมนคีย์เวิร์ด ผมใช้การหาแบล็คลิงค์แบบ “blackfridaydeals.com ” ไปเลย แต่ก็ไม่ได้ชัวร์ว่ามันได้ผลหรือไม่ แต่เว็บไซต์ที่รอดอยู่ของผม ผมทำไว้แบบนี้
ผลกระทบ
หลักๆที่เห็นได้ชัดเลย คือเว็บไซต์ของคุณจากที่เคยมีอันดับดีๆ จู่ๆมันก็หายไปเลย ส่วนใหญ่จะโดนกันที่หน้าหลัก เพราะ Domain Keyword ก็เล่นกันที่หน้าแรกอยู่แล้ว แต่หน้าย่อยไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ซักเท่าไร แต่ Google ก็เล่นงานเว็บไซต์หลักๆอย่าง phen375.com ซึ่งเว็บไซต์เขาก็เป็นเจ้าของแบรนด์เขาเอง แต่กลับโดนลดอันดับไปแบบน่าเกลียดเลยทีเดียว เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้บทสรุปที่ชัดเจน ว่าเกิดการมั่วนิ่มหรือเปล่า
เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นบน Google.com ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่ส่งผลต่อ Google.co.th แต่ก็ล้างคอเตรียมรอได้เลยครับ ถ้ามันได้เข้ามาในบ้านเราเมื่อไร เว็บไซต์หายกันเกลี้ยงแน่ๆ
สิ่งเหล่านี้ ถ้า Google มาเจอ หรือตรวจพบ อันดับคุณอาจจะหล่นหายไปได้
URL : (http://seoservice.in.th/7-สิ่งที่อาจจะทำให้คุณโด/ )
1. Keyword Spamming (สแปมคีย์เวิร์ด)
สิ่งที่พบเห็นมากที่สุดในการทำ SEO นั้นก็คือการสแปมคีย์เวิร์ด สแปมอย่างไร ก็คือการเอาคำที่ต้องการทำอันดับ สาดไว้มั่วทั่วหน้าเว็บของที่ต้องการทำอันดับ หรือไว้หน้าอื่นๆโดยที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องเลย ค่า Density(ความหนาแน่นของคำ) ของคีย์เวิร์ดไม่ควรจะเกินที่ 3 – 5% หลายคนอาจจะบอกว่า เดี๋ยวนี้ Google ไม่สนใจค่าตรงนี้แล้ว ผมมองว่า เว็บใหญ่ๆที่มีความหน้าเชื่อถือ เว็บที่มีประโยชน์ หรือเว็บคุณภาพของ Google เขาอาจจะไม่สนใจค่า Density ซักเท่าไร แต่เว็บเกิดใหม่โนเนม ถ้าเกิน 3 – 5% แน่นอน เว็บไซต์คุณจะเริ่มตกอยู่ในความเสี่ยงแน่นอน
2. Invisible text (ซ่อนข้อความ)
สิ่งนี้ผมยังเห็นหลายๆคนยังทำอยู่ โดยการซ่อนข้อความ หรือคีย์เวิร์ดที่จะทำอันดับไว้ในหน้านั้นๆ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ง่ายมากที่ Googlebot จะตรวจเจอ แค่เขานำสีของข้อความไปเทียบกับสีของ bg เขาก็รู้แล้วว่าคุณกำลังแอบอะไรเอาไว้ สิ่งนี้ Google มองว่าเป็น blackhat ขนานแท้เลย
แต่สิ่งนี้มันก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่ เมื่อ Googlebot เคยไปแบนเว็บไซต์นึง ซึ่งพื้นสีเว็บเขามีสองสี ส่วนบนเว็บเขาเป็นสีขาว ส่วนกลางเป็นสีเทา และกล่องข้อความเวลาตอบไปแล้วมันเป็นสีขาวให้มันตัดกับสีเทาจะได้มองเห็น Googlebot เล่นงานเขาซ่ะ เพื่อนๆที่ทำแบบนี้ก็ระวังๆเอาไว้
3. Bulk Linking (การเพิ่มลิ้งค์เยอะๆในระยะสั้นๆ)
หากคุณเพิ่มลิ้งค์เข้าไปเยอะๆในระยะเวลาสั้นๆ แน่นอน Googlebot เล่นงานคุณแน่ เพราะเขาจะตรวจเจอคุณได้ไม่ยาก ยิ่งมีการทำอันดับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คุณจะถูกเพ่งเล็ง แต่ถ้าคุณเป็น SuperStar อย่าง Lady Gaga และมีคนเขียนข่าวถึงคุณในระยะเวลาสั้นๆพร้อมกันทั่วโลก แน่นอนว่า Google เขาสามารถรู้ได้ และคุณจะไม่โดนทำโทษจาก Google (เป็นดาราดังมันดีจริงๆ) หรือเว็บไซต์ประเภทข่าวที่มีคนดึงข่าวและส่งลิ้งค์กับมาให้คุณ แบบนี้ก็ไม่โดนเพ่งเล็งเหมือนกัน และให้ระวัง พวกลิ้งค์โปรไฟล์ที่เสียไม่กี่บาทแต่คุณได้เป็นพันๆหรือหมื่นๆโปรไฟล์ ถ้าเขาทำให้คุณในระยะเวลาสั้นๆ แน่นอนคุณอาจจะได้รู้ว่าอะไรกำลังรอคุณอยู่
4. Paid Links (การซื้อลิ้งค์)
แน่นอนว่าสิ่งนี้ Googleเขาเกลียดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วกับการซื้อขายลิ้งค์ เพื่ออันดับ หรือค่า PageRank (ทำไมไม่ซื้อแอดเวิร์ดของเราละ) แต่ก็อาจจะมียกเว้นบางกรณี เช่น การติดแบนเนอร์, การทำลิ้งค์แบบ nofollow แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องซื้อลิ้งค์จริงๆ แนะนำว่าควรซื้อกับเว็บที่ไม่ได้มีการขายลิ้งค์อย่างโจ่งแจ้ง ไม่ไปซื้อเว็บที่เป็นลิ้งค์ฟาร์ม และควรให้เกี่ยวข้องกับเว็บของคุณ เลือกเอาซักหน้าที่มีค่า Authority สูงๆ ไม่จำเป็นต้องให้แสดงทุกหน้า คุณอาจจะโดนข้อที่ 3 เล่นงานเอาก็ได้
5. Linking to bad neighbourhoods (มีลิ้งค์ออกไปเว็บที่ไม่ดี)
แน่นอนว่าหลายคนรู้ดีว่าการมีลิ้งค์ออกไปเว็บพวก 18+ หรือเว็บที่เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับเราเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดี มันก็ยังมีลิ้งค์ที่ออกไปเว็บที่ไม่มีคุณภาพ เช่น พวกเว็บ Duplicate Content หรือ Cloaking เว็บที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ ไม่มี pr ไม่ index เว็บโดนแบนทั้งหลายแหล่ เพราะเหมือนกับว่าเราไปสนับสนุนพวกเว็บทำผิดกฏทั้งหลายนั้นเอง
6 Cloaking (การปิดบัง)
การปิดบังเว็บไซต์ของเรา หรือหลอกบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูล เช่น หลอกบอทหรือผู้คนว่าเว็บนี้คือ เว็บ 18+ ให้เข้ามาเยอะๆ แต่จริงๆแล้วคือพวกเว็บสินเชื่อ หลอกคนมาเยอะๆเพื่อเข้ามาคลิกโฆษณา วิธีนี้นิยมทำกันอยู่ช่วงนึง แต่แล้วก็ไม่รอดมือของเจ้าหน้าที่ เมื่อเขาเข้ามาตรวจสอบ
7. Duplicate Content (บทความซ้ำ)
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ Googleให้ความสำคัญมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลังๆมานี่ก็ยิ่งให้ความสำคัญมากขึ้น บทความถ้าคุณลอกคนอื่นมา Google จะไม่ให้ความสำคัญกับคุณซักเท่าไร เขาชอบบทความที่สดใหม่ ไม่ซ้ำใคร เขาถึงมักจะพูดกันว่า Content is King แค่บทความดีๆ ก็สามารถที่จะทำอันดับให้คุณได้แล้ว แต่บางกรณีที่ Google เขาก็ไม่ได้จะทำโทษคุณทุกครั้งที่มีการลอกเนื้อหาคนอื่นมา เพราะบางเนื้อหามันก็เป็นเนื้อหาที่ตายตัว เช่น ข่าว, คัมภีร์ทางศาสนาต่างๆ, อ้างอิงจากหนังสือ คำพูด การสัมภาษณ์ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรือรายละเอียดของสินค้า ไม่แน่ใจว่าเนื้อเพลงนี่นับด้วยหรือเปล่า
*หมายเหตุ : สิ่งเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และอัลกอริทึมของกูเกิ้ล ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา แน่นอนว่ากูเกิ้ลเขาไม่มีทางให้เรารู้หรอกว่าการทำงานของอัลกอริทึมของเขา เป็นเช่นไร…..
เดือนที่ผ่านมา Google เปิดตัวอัลกอริทึมที่เรียกว่า “เพนกวิน” เว็บไซต์ส่วนมากจะได้รับผลกระทบ และอันดับมีการเปลี่ยนแปลงในหน้าค้นหา บางเว็บไซต์ก็ได้รับผลกระทบทางด้านทราฟฟิค คนเข้าเว็บไซต์มีจำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คนที่ไม่ได้รับผลกระทบ และได้ประโยชน์ก็มีไม่น้อย
มีคำถามว่า หลังที่เพนกวิ้นมาการ รับทำ SEO ยังได้ผลอยู่ไหม?
แน่นอนว่ามันยังได้ผลดีเหมือนเดิม แต่คุณจะต้องมีการทำที่ระมัดระวังมากขึ้น ในขั้นตอนการสร้างลิ้งค์ หรือหา Backlink ช่วงนี้ สิ่งที่ควรทำ
Anchor Brand ?
ใช้ชื่อโดเมนของคุณสร้างแบรนด์ หรือผนึกกับคีย์เวิร์ดที่คุณจะทำ เช่น
seoservice.in.th
seo service
http://seoservice.in.th/
seoservice.in.th + โปรโมทเว็บไซต์
http://seoservice.in.th/ + ทำอันดับ Google
เสื้อผ้าเด็ก
ร้านค้า กระเป๋าเกาหลี ราคาถูก
ฯลฯ
เหมือนกับว่า Google จะพยายามควบคุมส่วนของ Anchor ไม่ให้มากกว่า 20-30% ของ anchor text ของเว็บไซต์คุณทั้งหมด การสร้าง Backlink คุณควรจะสร้างจากเว็บที่มีคุณภาพสูง เพราะเว็บไซต์เหล่านี้จะทำให้คุณสามารถทำอันดับได้เร็ว และโอกาสที่จะเสี่ยงโดนทำโทษมีน้อย
เน็ตเวิร์คยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่
พวกเน็ตเวิร์ค PR สูงๆทั้งหลายยังสามารถใช้ได้ผลดีอยู่ เช่น Blog , Webboard, Profile แต่จะให้ได้ผลดี ควรเกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับเน้อหาเว็บไซต์ของคุณให้มากที่สุด ขอให้สนุกในการทำSEO และปรับตัวให้ทันกับ Google เขาให้ได้นะครับ
เหมือนกับว่าเริ่มเห็นคำว่า รับทำ seo ติดเข้ามาใน Top200 แล้ว แต่จู่ๆมันก็หายไป สงสัยที่เขาว่า Content is King จะไม่เพียงพอละมั้ง คำที่ว่า”อัพบทความไปเรื่อยๆ” เดี๋ยวอันดับก็มา ยาก!!! แล้วบอกนี้ Google เขาไม่อยากให้ทำ SEO แล้วเว็บเกิดใหม่จะได้เกิดง่ายๆไหมเนี้ย ยิ่งสมัยนี้ด้วยแล้ว “Content is King” ไม่เพียงพอ King อาจจะเหงา เราต้องให้เขาได้มีคู่ นั้นก็คือ “Link is Queen” มี King ก็ต้องมี Queen ควบคู่กัน ผลักดันช่วยเหลือกันไป
บทความคุณภาพมันก็ใช้อยู่จริงครับ อัพเนื้อหาที่มีประโยชน์ สดใหม่ไม่ซ้ำใคร ทำอันดับได้ครับ ยิ่งเป็นคีย์นิชๆ ง่ายๆไม่มีคู่แข่ง อันดับ 1 ก็ยังได้ แต่สู้เว็บที่เขามีลิ้งค์เสริมพลังไม่ได้หรอก
เราต้องสู้หลายอย่าง บางครั้งบทความอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ
บทความคุณภาพ = fresh, quality, words, research, engage
คุณภาพเว็บไซต์ = title, description, headers, speed, urls, onpage
ลิ้งค์ = จากเว็บคุณภาพ , จากเว็บเนื้อหาสอดคล้องกัน, จำนวนลิ้งค์, ลิ้งค์จากโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค, ระยะเวลาของลิ้งค์ที่ติด